Interviews
NPR Digital Partner
เพื่อนคู่คิดธุรกิจ SMEs ไทยฝ่าวิฤตเศรษฐกิจดิจิทัล
เมื่อภาคธุรกิจ SMEs สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย ในฐานะที่เป็นหน่วยธุรกิจที่มีผู้ประกอบการมากถึง 3 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 99.5 ของวิสาหกิจหรือกิจการในไทย ต้องยอมรับว่าธุรกิจ SMEs นั้นก่อให้เกิดการจ้างงานมากที่สุดและยังมีส่วนสำคัญผลักดันให้เกิดขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งจากการส่งออกและนำเข้าสินค้าและบริการ รวมถึงเป็นกลไกหมุนเวียนรายได้และกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ อีกด้วย แต่เมื่อโควิด-19 ได้แพร่ระบาดไปทั่วทุกมุมโลก ย่อมส่งผลกระทบต่อ SMEs ไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อความอยู่อยู่รอด พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย เสริมสภาพคล่องระยะสั้น และเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจพัฒนาต่อได้ในระยะยาวให้กลับมาพร้อมเข้าสู่การแข่งขันได้อย่างรวดเร็วด้วยการทำ Digital Transformation ผ่านระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) และใช้ซอฟท์แวร์เข้ามาบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้ประกอบการหลายท่านทราบกันดีว่าระบบเหล่านี้มีต้นทุนที่สูงเกินเอื้อม และยังมีบางอย่างที่ไม่สามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับขนาดและประเภทธุรกิจ SMEs วันนี้ The Sharpener จึงได้ชวนคนรุ่นใหม่ไฟแรง 3 ท่านจาก NPR Digital Partner ทั้ง แพรี่ แพรวา นิมิตกุล Head of Strategyนีโน่ ศุภกิตติ์ เกษตรตระการ Head […]
หุ่นยนต์ ‘Walkie’ ดังกระหึ่ม วิศวฯ จุฬาฯ คว้ารองแชมป์โลก
เมื่อประเทศไทยอยู่ในยุคสมัยแห่งสังคมผู้สูงวัยมาระยะหนึ่งแล้ว จึงทำให้ไม่น่าแปลกใจเลยที่เราจะได้เห็นตลาดสินค้าและบริการขานรับและพุ่งเป้าใส่ใจไลฟ์สไตล์คนสูงอายุ หรือกลุ่ม Eldery Care ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน เราก็ได้เห็นความพยายามของหลายบริษัทยักษ์ใหญ่โดดลงมาชิงชัยแข่งกันปักธงในตลาดนี้โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ผลิต “หุ่นยนต์” เร่งพัฒนานวัตกรรม ปรับปรุงผลิตภัณฑ์โดยนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาประยุกต์เอื้อต่อการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายที่มีลักษณะเฉพาะตัว เข้าตำรา “คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ” เพราะคนตัดสินใจซื้อส่วนใหญ่เป็นลูกหลานหามาให้ไว้ใช้งานด้วยความห่วงใย หลายครอบครัวจึงกำลังมองหาหุ่นยนต์มาเป็นตัวช่วยแบ่งเบาภาระการดูแลผู้สูงวัยในบ้าน ไม่เพียงบริษัทระดับโลกเท่านั้นที่กำลังแข่งขันพัฒนาหุ่นยนต์ แต่ในระดับผู้พัฒนาระดับจูเนียร์ลงมาอย่างกลุ่มนิสิตนักศึกษาทั่วโลกเองก็ทำได้เก่งกาจไม่แพ้กันเลยทีเดียว ล่าสุดกับการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับนานาชาติในรายการที่ใหญ่ที่สุดในโลก “RoboCup@Home 2022” ที่เวียนกลับมาจัดที่ประเทศไทยอีกครั้ง เมื่อวันที่ 13-17 กรกฎาคม 2565 ทีมหุ่นยนต์สัญชาติไทยโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้แสดงศักยภาพความเก่งกล้าสามารถในด้านนี้เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งโลก โดยคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งมาครองได้สำเร็จ The Sharpener, Sharpen your SDG จึงพลาดไม่ได้ที่จะพาทุกท่านมารู้จักกับ “น้องเอิร์ธ ธนโชติ” หัวหน้าทีม EIC Chula ผู้พัฒนาหุ่นยนต์น้อง ‘Walkie’ จนดังกระหึ่มโลก ธนโชติ สรรพกิจ หรือ เอิร์ธ นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหัวหน้าชมรมหุ่นยนต์แห่งวิศวฯ […]
ทานน์ดี นวัตกรรมอาหาร เพื่อคนไทยมีสุขภาพดี
The Shapener พาคุยกับ ผศ.ดร. สถาพร งามอุโฆษ อาจารย์ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ร่วมก่อตั้ง ทานน์ดี (Tann:D) อาจารย์แอมกล่าวว่าทานน์ดี ต้องการให้คนไทยทั่วไปมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน เลยทำให้นวัตกรรมของทานน์ดี เป็นนวัตกรรมที่มีความแตกต่างส่งเสริมสุขภาพโดยผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่ทำออกมาคือเส้นโปรตีนจากไข่ขาวไม่ผสมแป้งเพื่อที่จะทำให้คนไทยดูแลตัวเองได้แบบง่าย ๆ และได้โปรตีนอย่างเพียงพอ Tann:D ทำไมถึงดีต่อผู้ป่วย สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องโรค โดยเฉพาะโรคจากการมีภาวะน้ำหนักตัวเกิน ผลิตภัณฑ์ของทานน์ดี 1 ห่อจะให้พลังงานเพียงแค่ 35 กิโลแคลอรีหรือเท่ากับแอปเปิ้ลครึ่งลูกเพียงเท่านั้น หากเทียบกับเส้นทั่ว ๆ ไปในปริมาณที่เท่ากัน ทานน์ดีจะให้พลังงานน้อยกว่าอย่างน้อยถึง 2 เท่า แต่ถ้าเทียบกับเส้นอุด้งแล้วเส้นไข่ขาวของทานน์ดีจะให้พลังงานน้อยกว่าถึง 5 เท่า เหตุนี้จึงทำให้คนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก สามารถควบคุมน้ำหนักตัวได้ดี หรือคนเป็นโรคเบาหวานสามารถที่จะทานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำตาลเกิน คนที่ต้องการโปรตีน ผู้ป่วยที่ล้างไต หรือคนไข้โรคมะเร็ง ก็สามารถทานเส้นไข่ขาวได้ อีกทั้งยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนรักสุขภาพ ที่ต้องการดูแลร่างกายของตนเอง Tann:D ทำเมนูอะไรดี ทานน์ดีสามารถทำได้ทั้งของคาวและของหวาน เมนูโปรดของผู้ใหญ่ที่ซื้อทานน์ดีไปรับประทานคือนำเส้นอุด้งไข่ขาวไปใส่กับน้ำเต้าหู้ จัดเป็นเมนูของหวานที่ได้รับความนิยม หากเป็นเมนูอาหารคาวที่รสจัดหน่อย ก็สามารถนำไปแทนเส้นขนมจีน ทำเป็นเส้นทานน์ดีกับน้ำยากะทิ หรือนำไปทานคู่กับส้มตำ ก็ได้ […]
SDGs
พี่จุฬาฯ จุดไฟเด็ก กทม. กล้าฝันเรียนต่อมหาลัย
สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) ร่วมกับ CU20 นำทัพน้อง ๆ CUTE Academy โชว์ผลงานใน “Saturday School Big Day 2026 : Blooming in Time” งานแสดงนิทรรศการเผยแพร่ผลงานประจำปีของมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ (Saturday School) เมื่อวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2569 ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง เปิดฉากความประทับใจใน Big Day ตั้งแต่เช้าด้วยการแสดงจาก CHULA Colorguard ในเพลง “Firework” ส่งพลังใจให้เด็ก ๆ กล้าเปล่งประกายในแบบของตัวเอง สร้างความตื่นตาตื่นใจต้อนรับผู้ร่วมงานนับพันจากโรงเรียนทั่ว กทม. โดยพิธีเปิดปีนี้ได้รับเกียรติจากนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี พร้อมให้เกียรตินำคณะผู้บริหารเยี่ยมชมบูธนิทรรศการของ สนจ. อย่างเป็นกันเอง โดยมีมาดามไก่ รัตนาวลี โลหารชุน […]
พลังพี่จุฬาฯ สนจ. จับมือมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) เร่งส่งถุงยังชีพพระราชทานกว่า 1.2 หมื่น บรรเทาทุกข์อุทกภัยชายแดนใต้
สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม 2568 นับเป็นวิกฤตครั้งรุนแรงอีกครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ โดยเฉพาะในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สงขลา และสตูล ซึ่งหลายพื้นที่ในจังหวัดยะลาประสบน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบกว่า 30 ปี ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบหลายแสนครัวเรือน ท่ามกลางความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้เร่งดำเนินภารกิจช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดตั้งโรงครัวพระราชทานในพื้นที่และการลำเลียงเครื่องอุปโภคบริโภคส่งตรงถึงผู้ประสบภัย โดยเฉพาะในรอบนี้เร่งจัดทำถุงยังชีพพระราชทาน 12,600 ถุง ขณะเดียวกัน สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) ก็ได้ขับเคลื่อนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในทุกวิกฤติมาอย่างต่อเนื่องเช่นกันและได้จัดทำโครงการ “สนจ.รวมส่งน้ำใจ สู้อุทกภัยชายแดนใต้” ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบก ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.68 ดร.จุลพงษ์ ทวีศรี เลขาธิการ สนจ. (CU2524) จึงได้เข้าพบ ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เลขาธิการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย (CU2527) หารือกันเพื่อบูรณาการความร่วมมือเร่งทำคลอดแผนโลจิสติกส์นำส่งความช่วยเหลือลงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น โดยมี คุณอธิศีล ธัญญ์ ณ […]
“มหาลัยไทยอยู่ตรงไหนในโลก Digital Nomad”
“Digital Nomad” เป็นคำที่คนไทยเริ่มรู้จักและได้ยินหนาหูขึ้นเรื่อย ๆ มาตั้งแต่ปีกลาย โดยคำนี้เป็นชื่อเรียกกลุ่มมนุษย์โลกพันธุ์ใหม่ที่สามารถทำงานได้จากทุกที่ทั่วโลกที่มีอินเทอร์เน็ต และคนกลุ่มนี้เองกำลังกลายเป็นเป้าหมายใหม่ที่ภาคธุรกิจและการศึกษาทั่วโลกจับตามองเช่นกัน จากรายงาน Global Digital Nomad Study ของ ABrotherAbroad.com ประเมินว่า กลุ่ม Digital Nomad ทั่วโลก สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 787 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือประมาณปีละ 26.8 ล้านล้านบาท โดยในปี 2565 จ านวน Digital Nomad ทั่วโลก พุ่งขึ้นแตะระดับ 35 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.3 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีจ านวนเพียง 15.2 ล้านคน และมีโอกาสแตะระดับ 60 ล้านคน ในปี 2573 สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถือเป็นตลาด Digital Nomad ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลก โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การเพิ่มขึ้นของ […]
เมื่อคลิปหลุด ใครกันแน่ที่สังคมออนไลน์เลือกประณาม?
กรณีคลิปหลุดของเน็ตไอดอล “พิมพ์ กรกนก” และอดีตแฟนหนุ่ม “ยิ้ว วาริ” กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางบนโลกโซเชียลอยู่ขณะนี้ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือฝ่ายชายกลับถูกโจมตีอย่างหนักหลังจากที่ฝ่ายหญิงออกมาแถลงข่าวพร้อมน้ำตา เรียกร้องให้คนเห็นใจและไม่แชร์คลิปของเธอ ส่งผลให้กลุ่มแฟนคลับของเธอพากันไปคอมเมนต์ประณามใส่บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของฝ่ายชายทันทีว่าเขาต้องเป็นคนรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีหลักฐานใด ๆ มายืนยัน การกระทำเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการใช้อคติทางเพศมาตัดสินโดยขาดการใคร่ครวญ เพียงแค่เห็นผู้หญิงมาร้องไห้ต่อหน้าสาธารณชน ก็ปักใจเชื่อทันทีว่าผู้ชายเป็นฝ่ายผิด ละเลยข้อเท็จจริงที่ว่าทั้งยิ้วและพิมพ์ได้แจ้งความร่วมกันเพื่อติดตามหาตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริง ซึ่งถ้ายิ้วเป็นคนปล่อยคลิปเองแล้ว ทำไมพิมพ์ถึงยอมร่วมดำเนินคดีไปพร้อมกับเขาด้วยล่ะ? การที่สังคมด่วนสรุปจึงทำให้เกิดการประณามรุนแรงที่อาจไม่เป็นธรรมต่อฝ่ายชาย แน่นอนว่าการเผยแพร่คลิปส่วนตัวของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ย่อมเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง ไม่ว่าบุคคลในคลิปจะเป็นเพศใดก็ตาม แต่การที่แฟนคลับและชาวเน็ตใช้อารมณ์ความชอบ-ชังส่วนตัวมาชี้นำประเด็น กลับเป็นการบิดเบือนความจริง สร้างแรงกดดันให้สังคมเชื่อไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง จนอาจกลบความผิดของคนที่ควรถูกลงโทษไปได้ ในการวิเคราะห์เรื่องนี้ ตราบใดที่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน จึงอาจนำมาสู่การตั้งสมมติฐานได้หลายทิศทาง ทั้งฝ่ายที่เชื่อว่าผู้ที่ปล่อยคลิปอาจเป็นฝ่ายหญิงเองก็อาจเป็นไปได้ ทั้งนี้เพื่อสร้างกระแสให้ตัวเองได้ประโยชน์เป็นผลพลอยได้จากยอดฟอลโลว์ที่อาจพุ่งสูงขึ้น หรือเพิ่มค่าตัวในการรับงานโฆษณาแบบน้ำขึ้นให้รีบตัก ในขณะที่บางฝ่ายก็ปักใจเชื่อว่าคลิปนั้นต้องถูกปล่อยออกจากฝ่ายชายอย่างที่เห็นกันอยู่บ้างแล้ว จะด้วยเหตุคึกคะนองตามวัยหรือจะอะไรก็ตามแต่ แต่กระนั่นเราก็ยังคงสรุปอะไรลงไปชี้ชัดไม่ได้หากยังไม่ได้สืบสาวราวเรื่องพบหลักฐานชัดเจน และปล่อยเวลาให้กระบวนการยุติธรรมได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ไม่ด่วนเชื่อการออกมาประกาศความเห็นใจจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งสังคมก็ควรเคารพต่ออำนาจศาลสถิตยุติธรรมที่เน็ทไอดอลทั้งคู่เลือกขอเข้าไปพึ่งพิง กรณีนี้จึงเป็นอีกตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงพลังของกระแสสังคมออนไลน์ที่อาจผลักดันให้เกิดวัฒนธรรมการประณามโดยขาดความยั้งคิด เราทุกคนจึงต้องช่วยกันสร้างมาตรฐานใหม่ในการแสดงความคิดเห็น ที่เน้นการใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และเปิดใจรับฟังความเห็นที่แตกต่าง ไม่ด่วนสรุปตัดสินใครเพียงเพราะแรงกดดันจากเสียงส่วนใหญ่ หรือความชอบ-ชังส่วนตัวแบบพวกมากลากไป หากทุกคนในสังคมออนไลน์ปรับมุมมองให้ยึดมั่นในเหตุผล มีสติ และละวางอคติทางเพศในการแสดงความคิดเห็นได้ นอกจากจะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศ ยังจะช่วยให้การถกเถียงในประเด็นสาธารณะมีคุณภาพมากขึ้น ก่อให้เกิดสังคมออนไลน์ที่สร้างสรรค์และเป็นธรรมกับทุกคนอย่างแท้จริง
ผ่าคำแถลงนโยบายรัฐบาลเศรษฐา ให้ค่า “โลกเดือด” แค่ไหน
ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาลนายกเศรษฐา ทวีสิน ที่นำพาคณะรัฐมนตรีฝ่าด่านอภิปรายโดยไม่ลงมติจากสมาชิกรัฐสภาตลอด 2 วันเต็ม (11-12 ก.ย.66) เล่นเอาเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าเอฟซีทั้งกองเชียร์และกองแช่งอึงมี่ไปทั่วเมือง เพราะหลายนโยบายฟังแล้วก็น่าหนุนส่งอยากให้เร่งทำคลอดออกมาไว ๆ ในขณะที่ก็มีบางนโยบายถูกแซวว่าไม่ตรงปกผิดเพี้ยนไปจากที่พรรคแกนนำหาเสียงไว้ รวมถึงบางนโยบายก็หายลิบเลือนเข้ากลีบเมฆไปไม่ปรากฏให้เห็นในคำแถลงที่ลงไว้ในราชกิจจานุเบกษา ความยาว 14 หน้า นับรวมได้ถึง 297 บรรทัด ซึ่งเมื่อใครได้ชมการแถลงสดกลางสภาของท่านนายกเศรษฐา หรือจะกลับมานั่งอ่านดูกันให้ละเอียดถี่ถ้วนก็จะพบว่านโยบายรัฐบาลชุดนี้ได้ให้ความสำคัญยิ่งกับภารกิจเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาส่อเค้าจะซึมยาวให้หวนกลับมาคึกคักดังจะเห็นได้จากมาตรการเร่งด่วนทั้งลดค่าไฟ ค่าน้ำมันดีเซล พักหนี้เกษตรกรและธุรกิจ SMEs เรื่อยไปจนถึงแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท แต่เมื่อเราลองกวาดตาพลิกหานโยบายด้านสิ่งแวดล้อมก็ได้เจอเข้าอย่างจังกับความพยายามสู้โลกเดือดที่ก็ให้ความสำคัญต่อการรับมือกับความแปรปรวนของสภาพอากาศอินเทรนด์ได้ไม่น้อยหน้าประเทศชั้นนำอื่นเช่นกัน โดยแอบปรากฏคำว่า “คาร์บอน” ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนของการสู้โลกเดือดครั้งนี้ไว้มากถึง 3 แห่งเลยทีเดียว นั่นคือ “การขายคาร์บอนเครดิต” “Carbon Neutrality” และ “ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์” คำแรก “การขายคาร์บอนเครดิต” ปรากฏพบอยู่ที่หน้า 8 ในราชกิจจานุเบกษา ตรงย่อหน้าที่ว่า“…นอกจากนี้ รัฐบาลจะส่งเสริมแนวทางที่สร้างรายได้จากผืนดินและส่งเสริมสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน โดยกำหนดให้มีสัดส่วนการปลูกไม้ยืนต้นให้เหมาะสมกับประเภทและลักษณะของพื้นที่ และส่งเสริมให้เจ้าของที่ดินหรือชุมชนโดยรอบได้รับประโยชน์จากการเพิ่มพูนของระบบนิเวศ การขายคาร์บอนเครดิตอย่างยุติธรรม และได้รับการยอมรับจากระดับสากล…” อ่านเผิน ๆ ก็พลอยทำให้ใจฟูได้อยู่เหมือนกัน แต่เมื่อเจาะลึกลงไปกลับยังมองไม่เห็นแววแนวดำเนินนโยบายที่แน่ชัดโดยเฉพาะกับวรรคที่กล่าวว่า “…กำหนดให้มีสัดส่วนการปลูกไม้ยืนต้นให้เหมาะสมกับประเภทและลักษณะของพื้นที่…” ดูแล้วก็จะคล้ายกับข้อกำหนดของกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยที่ก่อนหน้านี้เคยกำหนดพื้นที่เกษตรกรรมด้วยจำนวนพืชผักและไม้ผลต่าง […]
ถอดบทเรียน “ไฟป่าฮาวาย” เซ่นโลกเดือด คร่าชีวิต 115 ศพ ฉุดเศรษฐกิจวูบเฉียด 2 แสนล้าน
จากอุณหภูมิโลกในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ร้อนปรอทแตกจนองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกต้องขอจดบันทึกไว้เป็นประวัติการณ์ว่าเป็นอุณหภูมิที่สูงที่สุดเท่าที่โลกเราเคยเผชิญมา ร้อนไปถึงนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ฤกษ์ออกมาประกาศเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ขณะนี้โลกเราได้อัพเวลเข้าสู่ยุค “โลกเดือด” (Global Boiling) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันชาวโลกก็ต้องอกสั่นขวัญแขวนกันอีกครั้ง เมื่อมลรัฐฮาวายแห่งสหรัฐอเมริกาต้องเผชิญกับหายนะไฟป่าที่แผดเผาเกาะเมาวีให้มอดไหม้แทบทั้งเกาะนานนับสัปดาห์จนคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 115 ศพ และยังสูญหายอีกถึง 110 ราย เกาะเมาวี ถือเป็นที่ตั้งของ “ลาไฮนา” เมืองหลวงเดิมของฮาวาย เป็นเกาะใหญ่อันดับ 2 ในบรรดาหมู่เกาะฮาวาย และนับได้ว่ามีชายหาดสวยงาม ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวมากมายต่างเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจกัน แต่ในรอบเดือนที่ผ่านมาไฟป่าได้โหมกระหน่ำทำให้ที่นี่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อย่างเข้าบ่ายคล้อยของวันที่ 8 สิงหาคม 2566 ชาวเมืองลาไฮนาต้องเผชิญกับไฟป่าหลายจุดผนวกกับกระแสลมกรรโชกแรงส่งผลให้ไฟป่าปะทุลุกลามอย่างรวดเร็วจนทั้งเมืองกลายเป็นทะเลเพลิง ประชาชนนับหมื่นต่างต้องหนีตายอย่างอลม่าน ซึ่งกว่ารัฐจะเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จรวมถึงค้นหาผู้เสียชีวิตตามซากปรักหักพัง ก็ใช้เวลานานถึง 4 สัปดาห์ ทำให้พื้นที่กว่าร้อยละ 80 ของเมืองหรือประมาณ 5,300 ไร่ กลายเป็นเถ้าธุลี สิ่งปลูกสร้างกว่า 2,200 หลังพังราบเป็นหน้ากลอง โดยเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 เจ้าหน้าที่ของรัฐเมาวีได้เปิดเผยว่าเหตุการณ์นี้พบผู้เสียชีวิตแล้วทั้งสิ้น 115 […]
News Update
Climate Citizen รวมพลังนักเรียนเก่า AFSจากหนึ่งปีในต่างแดน สู่ Climate Action ทั้งชีวิต
งาน Climate Citizen “เมืองนี้เราลิขิต เศรษฐกิจแห่งความหวัง (Economy We Shape, Climate We Share)” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ณ หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน (The Jim Thompson Art Center) โดย Bangkok Climate Action Week ร่วมกับกรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน เพื่อรวมพลชุมชนคนขับเคลื่อนประเด็นสภาพภูมิอากาศของกรุงเทพฯ มาสร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนมุมมอง และกระตุ้นการลงมือทำ พร้อมชวนกันสำรวจว่าเศรษฐกิจรูปแบบใหม่จะสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าให้ทั้งผู้คนและโลกได้อย่างไร ก่อนถึงงานใหญ่ Bangkok Climate Action Week 2026 (BKKCAW 2026) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–11 ตุลาคม 2569 นี้ ภายในงานคับคั่งด้วยผู้แทนภาครัฐและบุคคลสำคัญในแวดวงสภาพภูมิอากาศ อาทิ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร […]
ระดมพลังน้องพี่จุฬาฯ เร่งส่งของบรรเทาทุกข์น้ำท่วมน่าน
สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) ผนึกกำลังนิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบัน ร่วมสนับสนุนภารกิจมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เร่งจัดส่งสิ่งของอุปโภคบริโภคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน เมื่อวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2569 สนจ.สนับสนุนรถบรรทุกลำเลียงสิ่งของจากคลังกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (คลังม้าทรง) มุ่งหน้าสู่ อ.เวียงสาและ อ.ปัว จ.น่าน พร้อมนำพี่นิสิตเก่าและน้องนิสิตจาก CUTE Academy ร่วมลงแรงขนย้ายและจัดเรียงสิ่งของขึ้นรถแข่งกับเวลา สิ่งของที่จัดส่งในเที่ยวนี้ประกอบด้วย กล่องข้าวเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จำนวน 8 ลัง รวม 6,400 กล่อง สำหรับใช้ในภารกิจโรงครัวพระราชทาน อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน จำนวน 167 ลัง รวม 501 ชุด และน้ำดื่ม จำนวน 350 แพ็ก รวม 4,200 ขวด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและศูนย์การค้ามาบุญครอง (MBK Center) ทั้งหมดจะถูกส่งต่อถึงมือพี่น้องผู้ประสบภัย และสนับสนุนการทำงานของโรงครัวพระราชทานที่ดูแลประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน ความพิเศษของภารกิจครั้งนี้อยู่ที่ […]
อาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฝ่าน้ำท่วม ลุยส่งอาหารเร่งช่วยคนน่าน
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จากจังหวัดพิษณุโลก เร่งนำอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทานลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน หลังน้ำจากแม่น้ำน่านเอ่อล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนในชุมชนริมฝั่งอย่างต่อเนื่อง โดยหลายจุดมีระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน ไม่สามารถออกมาจัดหาอาหารและน้ำดื่มได้ตามปกติ จุดแรกที่เจ้าหน้าที่เข้าให้ความช่วยเหลือ ได้แก่ บริเวณถนนหน่อคำ ซึ่งเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำน่าน ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1.0 – 1.7 เมตร ประชาชนหลายหลังคาเรือนติดค้างอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ได้ทยอยส่งมอบอาหารพร้อมรับประทานให้ถึงมือพี่น้องประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ขณะที่ในพื้นที่ถนนมโนและบริเวณใกล้เคียงโรงเรียนสตรีศรีน่าน ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 40 – 60 เซนติเมตร และบางจุดสูงกว่า 1 เมตร รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เรือและรถยกสูงในการเข้าถึงพื้นที่ โดยมีประชาชนทยอยออกมารอรับอาหารตลอดเส้นทาง ทั้งนี้ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านอย่างใกล้ชิด และพร้อมให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ตามพันธกิจของมูลนิธิฯ ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเฝ้าระวัง การบรรเทาทุกข์ […]
‘ม.มหิดล’ ปลุก Gen X ใจบุญ ขนทัพศิลปินเสิร์ฟเพลงเพราะ ‘FAMILY FOREVER In Concert’
20 กันยายนนี้ แฟนเพลงยุค 80-90 และผู้มีจิตศรัทธาห้ามพลาด กลับมาย้อนวัยฟังเพลงดังในคอนเสิร์ตการกุศลแห่งปี “FAMILY FOREVER In Concert” ณ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา) ตั้งแต่ 14.00 น. เป็นต้นไป พบกับการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของเหล่าศิลปินคุณภาพแถวหน้าของเมืองไทย นำทีมโดย แต๋ม ชรัส เฟื่องอารมณ์, ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว, ภูสมิง หน่อสวรรค์, ป้อม ออโต้บาห์น, แอ๊ด คาราบาว, สินเจริญ, ปิง ฟรุตตี้, ปุ๊ อัญชลี, ตุ๊ก วิยะดา โกมารกุล ณ นคร, อุ้ย รวิวรรณ จินดา, เบิร์ด กะ ฮาร์ท, เป๊ก สัณณ์ชัย เองตระกูล, มัม ลาโคนิค, ตั้ม สมประสงค์, […]
รีสเตจสุดมันส์ The Quantum Band ระดมทุนกว่า 2.36 แสน ให้น้องวิดยา
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา The Quantum Band วงดนตรีที่เกิดจากการรวมตัวของนิสิตเก่าคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่น วท.09–วท.14 นำโดยพี่ตี่ กฤตพัส โทณะวณิก (วท.09) หัวหน้าวง พร้อมด้วยสมาชิกวง ได้แก่ ศ.คลินิก นพ.อภิชาติ ศิวยาธร (วท. เตรียมแพทย์ 09) พี่ตุ๊ดตู่ ดร.วาทิต ตมะวิโมกษ์ (วท.10) ผู้ควบคุมวง พี่ปุ้ย ดร.วิษณุพงศ์ ภาคสุข (วท.13) พี่ไฝ รศ.ดร.ภรณี ภัทรานวัช (วท.13) ผู้จัดการวง และ พี่ขนุน ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ (วท.14) รวมทั้งนักดนตรีแบ็กอัพมืออาชีพอีก 7 ชีวิต ร่วมกันจัด Charity Miniconcert “Still Rock and Roll, After […]
สนจ. ขนทัพนักร้องน้องพี่จุฬาฯ ขึ้นเวที “CUTUBE” ระดมทุนกว่า 2 ล้านบาท ส่งน้องเรียนกว่า 400 คน
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569 ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) จัดคอนเสิร์ตการกุศล “CUTUBE Charity Concert : The Golden Memories มีวันนี้…เพราะพี่ให้” รวมพลังศิลปินนักร้องน้องพี่จุฬาฯ หลากรุ่นหลายวัยที่เคยร่วมรายการ CUTUBE และคณะนักร้องประสานเสียงวงปิ่นหทัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ร่วมขับขานเพลงเพราะในความทรงจำจากรุ่นสู่รุ่นกว่า 30 บทเพลง ท่ามกลางผู้ชมมากจิตศรัทธาที่มาเติมความสุขผ่านเสียงเพลงกันอย่างเนืองแน่น รวมเงินสนับสนุนโครงการและสมทบทุนจุฬาสงเคราะห์และทุนอาหารกลางวันของ สนจ. ได้กว่า 2 ล้านบาท โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมงานด้วย ดร.ณัฐพล รังสิตพล นายก สนจ. ในฐานะประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า “สิ่งที่ทำให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแตกต่างจากสถาบันอื่นมิได้อยู่ที่อาคารสถานที่หรือชื่อเสียงที่สั่งสมมา หากแต่อยู่ที่ความผูกพันระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องที่ส่งต่อกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า คำว่า ‘มีวันนี้…เพราะพี่ให้’ จึงมิได้เป็นเพียงชื่อคอนเสิร์ต แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมาแล้วกับพี่น้องเราหลายรุ่น พวกเราหลายคนที่นั่งอยู่ในหอประชุมแห่งนี้ ต่างเคยเป็นน้องที่ได้รับการดูแลจากรุ่นพี่มาก่อน และวันนี้ได้กลับมาทำหน้าที่เดียวกันนั้นให้กับรุ่นน้อง ผมเชื่อว่าอีกไม่นาน น้อง ๆ กว่า […]




































