Interviews

Banner 2251

NPR Digital Partner
เพื่อนคู่คิดธุรกิจ SMEs ไทยฝ่าวิฤตเศรษฐกิจดิจิทัล

เมื่อภาคธุรกิจ SMEs สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย ในฐานะที่เป็นหน่วยธุรกิจที่มีผู้ประกอบการมากถึง 3 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 99.5 ของวิสาหกิจหรือกิจการในไทย ต้องยอมรับว่าธุรกิจ SMEs นั้นก่อให้เกิดการจ้างงานมากที่สุดและยังมีส่วนสำคัญผลักดันให้เกิดขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งจากการส่งออกและนำเข้าสินค้าและบริการ รวมถึงเป็นกลไกหมุนเวียนรายได้และกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ อีกด้วย แต่เมื่อโควิด-19 ได้แพร่ระบาดไปทั่วทุกมุมโลก ย่อมส่งผลกระทบต่อ SMEs ไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อความอยู่อยู่รอด พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย เสริมสภาพคล่องระยะสั้น และเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจพัฒนาต่อได้ในระยะยาวให้กลับมาพร้อมเข้าสู่การแข่งขันได้อย่างรวดเร็วด้วยการทำ Digital Transformation ผ่านระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) และใช้ซอฟท์แวร์เข้ามาบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้ประกอบการหลายท่านทราบกันดีว่าระบบเหล่านี้มีต้นทุนที่สูงเกินเอื้อม และยังมีบางอย่างที่ไม่สามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับขนาดและประเภทธุรกิจ SMEs วันนี้ The Sharpener จึงได้ชวนคนรุ่นใหม่ไฟแรง 3 ท่านจาก NPR Digital Partner ทั้ง แพรี่ แพรวา นิมิตกุล Head of Strategyนีโน่ ศุภกิตติ์ เกษตรตระการ Head […]

Banner 215

หุ่นยนต์ ‘Walkie’ ดังกระหึ่ม วิศวฯ จุฬาฯ คว้ารองแชมป์โลก

เมื่อประเทศไทยอยู่ในยุคสมัยแห่งสังคมผู้สูงวัยมาระยะหนึ่งแล้ว จึงทำให้ไม่น่าแปลกใจเลยที่เราจะได้เห็นตลาดสินค้าและบริการขานรับและพุ่งเป้าใส่ใจไลฟ์สไตล์คนสูงอายุ หรือกลุ่ม Eldery Care ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน เราก็ได้เห็นความพยายามของหลายบริษัทยักษ์ใหญ่โดดลงมาชิงชัยแข่งกันปักธงในตลาดนี้โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ผลิต “หุ่นยนต์” เร่งพัฒนานวัตกรรม ปรับปรุงผลิตภัณฑ์โดยนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาประยุกต์เอื้อต่อการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายที่มีลักษณะเฉพาะตัว เข้าตำรา “คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ” เพราะคนตัดสินใจซื้อส่วนใหญ่เป็นลูกหลานหามาให้ไว้ใช้งานด้วยความห่วงใย หลายครอบครัวจึงกำลังมองหาหุ่นยนต์มาเป็นตัวช่วยแบ่งเบาภาระการดูแลผู้สูงวัยในบ้าน ไม่เพียงบริษัทระดับโลกเท่านั้นที่กำลังแข่งขันพัฒนาหุ่นยนต์ แต่ในระดับผู้พัฒนาระดับจูเนียร์ลงมาอย่างกลุ่มนิสิตนักศึกษาทั่วโลกเองก็ทำได้เก่งกาจไม่แพ้กันเลยทีเดียว ล่าสุดกับการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับนานาชาติในรายการที่ใหญ่ที่สุดในโลก “RoboCup@Home 2022” ที่เวียนกลับมาจัดที่ประเทศไทยอีกครั้ง เมื่อวันที่ 13-17 กรกฎาคม 2565 ทีมหุ่นยนต์สัญชาติไทยโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้แสดงศักยภาพความเก่งกล้าสามารถในด้านนี้เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งโลก โดยคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งมาครองได้สำเร็จ The Sharpener, Sharpen your SDG จึงพลาดไม่ได้ที่จะพาทุกท่านมารู้จักกับ “น้องเอิร์ธ ธนโชติ” หัวหน้าทีม EIC Chula ผู้พัฒนาหุ่นยนต์น้อง ‘Walkie’ จนดังกระหึ่มโลก ธนโชติ สรรพกิจ หรือ เอิร์ธ นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหัวหน้าชมรมหุ่นยนต์แห่งวิศวฯ […]

Banner 194

ทานน์ดี นวัตกรรมอาหาร เพื่อคนไทยมีสุขภาพดี

The Shapener พาคุยกับ ผศ.ดร. สถาพร งามอุโฆษ อาจารย์ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ร่วมก่อตั้ง ทานน์ดี (Tann:D) อาจารย์แอมกล่าวว่าทานน์ดี ต้องการให้คนไทยทั่วไปมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน เลยทำให้นวัตกรรมของทานน์ดี เป็นนวัตกรรมที่มีความแตกต่างส่งเสริมสุขภาพโดยผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่ทำออกมาคือเส้นโปรตีนจากไข่ขาวไม่ผสมแป้งเพื่อที่จะทำให้คนไทยดูแลตัวเองได้แบบง่าย ๆ และได้โปรตีนอย่างเพียงพอ Tann:D ทำไมถึงดีต่อผู้ป่วย สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องโรค โดยเฉพาะโรคจากการมีภาวะน้ำหนักตัวเกิน ผลิตภัณฑ์ของทานน์ดี 1 ห่อจะให้พลังงานเพียงแค่ 35 กิโลแคลอรีหรือเท่ากับแอปเปิ้ลครึ่งลูกเพียงเท่านั้น หากเทียบกับเส้นทั่ว ๆ ไปในปริมาณที่เท่ากัน ทานน์ดีจะให้พลังงานน้อยกว่าอย่างน้อยถึง 2 เท่า แต่ถ้าเทียบกับเส้นอุด้งแล้วเส้นไข่ขาวของทานน์ดีจะให้พลังงานน้อยกว่าถึง 5 เท่า เหตุนี้จึงทำให้คนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก สามารถควบคุมน้ำหนักตัวได้ดี หรือคนเป็นโรคเบาหวานสามารถที่จะทานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำตาลเกิน คนที่ต้องการโปรตีน ผู้ป่วยที่ล้างไต หรือคนไข้โรคมะเร็ง ก็สามารถทานเส้นไข่ขาวได้ อีกทั้งยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนรักสุขภาพ ที่ต้องการดูแลร่างกายของตนเอง Tann:D ทำเมนูอะไรดี  ทานน์ดีสามารถทำได้ทั้งของคาวและของหวาน  เมนูโปรดของผู้ใหญ่ที่ซื้อทานน์ดีไปรับประทานคือนำเส้นอุด้งไข่ขาวไปใส่กับน้ำเต้าหู้ จัดเป็นเมนูของหวานที่ได้รับความนิยม หากเป็นเมนูอาหารคาวที่รสจัดหน่อย ก็สามารถนำไปแทนเส้นขนมจีน ทำเป็นเส้นทานน์ดีกับน้ำยากะทิ หรือนำไปทานคู่กับส้มตำ ก็ได้ […]

Live / Scoop

SDGs

Banner 254 01 scaled

พลังพี่จุฬาฯ  สนจ. จับมือมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) เร่งส่งถุงยังชีพพระราชทานกว่า 1.2 หมื่น บรรเทาทุกข์อุทกภัยชายแดนใต้

สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม 2568 นับเป็นวิกฤตครั้งรุนแรงอีกครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ โดยเฉพาะในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สงขลา และสตูล ซึ่งหลายพื้นที่ในจังหวัดยะลาประสบน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบกว่า 30 ปี ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบหลายแสนครัวเรือน ท่ามกลางความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้เร่งดำเนินภารกิจช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดตั้งโรงครัวพระราชทานในพื้นที่และการลำเลียงเครื่องอุปโภคบริโภคส่งตรงถึงผู้ประสบภัย โดยเฉพาะในรอบนี้เร่งจัดทำถุงยังชีพพระราชทาน 12,600 ถุง ขณะเดียวกัน สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) ก็ได้ขับเคลื่อนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในทุกวิกฤติมาอย่างต่อเนื่องเช่นกันและได้จัดทำโครงการ “สนจ.รวมส่งน้ำใจ สู้อุทกภัยชายแดนใต้” ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบก  ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.68 ดร.จุลพงษ์ ทวีศรี เลขาธิการ สนจ. (CU2524) จึงได้เข้าพบ ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เลขาธิการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย (CU2527) หารือกันเพื่อบูรณาการความร่วมมือเร่งทำคลอดแผนโลจิสติกส์นำส่งความช่วยเหลือลงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น โดยมี คุณอธิศีล ธัญญ์ ณ […]

Banner 226 01 scaled

“มหาลัยไทยอยู่ตรงไหนในโลก Digital Nomad”

“Digital Nomad” เป็นคำที่คนไทยเริ่มรู้จักและได้ยินหนาหูขึ้นเรื่อย ๆ มาตั้งแต่ปีกลาย โดยคำนี้เป็นชื่อเรียกกลุ่มมนุษย์โลกพันธุ์ใหม่ที่สามารถทำงานได้จากทุกที่ทั่วโลกที่มีอินเทอร์เน็ต และคนกลุ่มนี้เองกำลังกลายเป็นเป้าหมายใหม่ที่ภาคธุรกิจและการศึกษาทั่วโลกจับตามองเช่นกัน จากรายงาน Global Digital Nomad Study ของ ABrotherAbroad.com ประเมินว่า กลุ่ม Digital Nomad ทั่วโลก สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 787 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือประมาณปีละ 26.8 ล้านล้านบาท โดยในปี 2565 จ านวน Digital Nomad ทั่วโลก พุ่งขึ้นแตะระดับ 35 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.3 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีจ านวนเพียง 15.2 ล้านคน และมีโอกาสแตะระดับ 60 ล้านคน ในปี 2573 สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถือเป็นตลาด Digital Nomad ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลก โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การเพิ่มขึ้นของ […]

Banner 224 01 Large

เมื่อคลิปหลุด ใครกันแน่ที่สังคมออนไลน์เลือกประณาม?

กรณีคลิปหลุดของเน็ตไอดอล “พิมพ์ กรกนก” และอดีตแฟนหนุ่ม “ยิ้ว วาริ” กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางบนโลกโซเชียลอยู่ขณะนี้ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือฝ่ายชายกลับถูกโจมตีอย่างหนักหลังจากที่ฝ่ายหญิงออกมาแถลงข่าวพร้อมน้ำตา เรียกร้องให้คนเห็นใจและไม่แชร์คลิปของเธอ ส่งผลให้กลุ่มแฟนคลับของเธอพากันไปคอมเมนต์ประณามใส่บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของฝ่ายชายทันทีว่าเขาต้องเป็นคนรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีหลักฐานใด ๆ มายืนยัน การกระทำเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการใช้อคติทางเพศมาตัดสินโดยขาดการใคร่ครวญ เพียงแค่เห็นผู้หญิงมาร้องไห้ต่อหน้าสาธารณชน ก็ปักใจเชื่อทันทีว่าผู้ชายเป็นฝ่ายผิด ละเลยข้อเท็จจริงที่ว่าทั้งยิ้วและพิมพ์ได้แจ้งความร่วมกันเพื่อติดตามหาตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริง ซึ่งถ้ายิ้วเป็นคนปล่อยคลิปเองแล้ว ทำไมพิมพ์ถึงยอมร่วมดำเนินคดีไปพร้อมกับเขาด้วยล่ะ? การที่สังคมด่วนสรุปจึงทำให้เกิดการประณามรุนแรงที่อาจไม่เป็นธรรมต่อฝ่ายชาย แน่นอนว่าการเผยแพร่คลิปส่วนตัวของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ย่อมเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง ไม่ว่าบุคคลในคลิปจะเป็นเพศใดก็ตาม แต่การที่แฟนคลับและชาวเน็ตใช้อารมณ์ความชอบ-ชังส่วนตัวมาชี้นำประเด็น กลับเป็นการบิดเบือนความจริง สร้างแรงกดดันให้สังคมเชื่อไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง จนอาจกลบความผิดของคนที่ควรถูกลงโทษไปได้ ในการวิเคราะห์เรื่องนี้ ตราบใดที่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน จึงอาจนำมาสู่การตั้งสมมติฐานได้หลายทิศทาง ทั้งฝ่ายที่เชื่อว่าผู้ที่ปล่อยคลิปอาจเป็นฝ่ายหญิงเองก็อาจเป็นไปได้ ทั้งนี้เพื่อสร้างกระแสให้ตัวเองได้ประโยชน์เป็นผลพลอยได้จากยอดฟอลโลว์ที่อาจพุ่งสูงขึ้น หรือเพิ่มค่าตัวในการรับงานโฆษณาแบบน้ำขึ้นให้รีบตัก ในขณะที่บางฝ่ายก็ปักใจเชื่อว่าคลิปนั้นต้องถูกปล่อยออกจากฝ่ายชายอย่างที่เห็นกันอยู่บ้างแล้ว จะด้วยเหตุคึกคะนองตามวัยหรือจะอะไรก็ตามแต่ แต่กระนั่นเราก็ยังคงสรุปอะไรลงไปชี้ชัดไม่ได้หากยังไม่ได้สืบสาวราวเรื่องพบหลักฐานชัดเจน และปล่อยเวลาให้กระบวนการยุติธรรมได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ไม่ด่วนเชื่อการออกมาประกาศความเห็นใจจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งสังคมก็ควรเคารพต่ออำนาจศาลสถิตยุติธรรมที่เน็ทไอดอลทั้งคู่เลือกขอเข้าไปพึ่งพิง กรณีนี้จึงเป็นอีกตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงพลังของกระแสสังคมออนไลน์ที่อาจผลักดันให้เกิดวัฒนธรรมการประณามโดยขาดความยั้งคิด เราทุกคนจึงต้องช่วยกันสร้างมาตรฐานใหม่ในการแสดงความคิดเห็น ที่เน้นการใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และเปิดใจรับฟังความเห็นที่แตกต่าง ไม่ด่วนสรุปตัดสินใครเพียงเพราะแรงกดดันจากเสียงส่วนใหญ่ หรือความชอบ-ชังส่วนตัวแบบพวกมากลากไป  หากทุกคนในสังคมออนไลน์ปรับมุมมองให้ยึดมั่นในเหตุผล มีสติ และละวางอคติทางเพศในการแสดงความคิดเห็นได้ นอกจากจะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศ ยังจะช่วยให้การถกเถียงในประเด็นสาธารณะมีคุณภาพมากขึ้น ก่อให้เกิดสังคมออนไลน์ที่สร้างสรรค์และเป็นธรรมกับทุกคนอย่างแท้จริง

Banner 2121

ผ่าคำแถลงนโยบายรัฐบาลเศรษฐา ให้ค่า “โลกเดือด” แค่ไหน

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาลนายกเศรษฐา ทวีสิน ที่นำพาคณะรัฐมนตรีฝ่าด่านอภิปรายโดยไม่ลงมติจากสมาชิกรัฐสภาตลอด 2 วันเต็ม (11-12 ก.ย.66) เล่นเอาเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าเอฟซีทั้งกองเชียร์และกองแช่งอึงมี่ไปทั่วเมือง เพราะหลายนโยบายฟังแล้วก็น่าหนุนส่งอยากให้เร่งทำคลอดออกมาไว ๆ ในขณะที่ก็มีบางนโยบายถูกแซวว่าไม่ตรงปกผิดเพี้ยนไปจากที่พรรคแกนนำหาเสียงไว้ รวมถึงบางนโยบายก็หายลิบเลือนเข้ากลีบเมฆไปไม่ปรากฏให้เห็นในคำแถลงที่ลงไว้ในราชกิจจานุเบกษา ความยาว 14 หน้า นับรวมได้ถึง 297 บรรทัด ซึ่งเมื่อใครได้ชมการแถลงสดกลางสภาของท่านนายกเศรษฐา หรือจะกลับมานั่งอ่านดูกันให้ละเอียดถี่ถ้วนก็จะพบว่านโยบายรัฐบาลชุดนี้ได้ให้ความสำคัญยิ่งกับภารกิจเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาส่อเค้าจะซึมยาวให้หวนกลับมาคึกคักดังจะเห็นได้จากมาตรการเร่งด่วนทั้งลดค่าไฟ ค่าน้ำมันดีเซล พักหนี้เกษตรกรและธุรกิจ SMEs เรื่อยไปจนถึงแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท แต่เมื่อเราลองกวาดตาพลิกหานโยบายด้านสิ่งแวดล้อมก็ได้เจอเข้าอย่างจังกับความพยายามสู้โลกเดือดที่ก็ให้ความสำคัญต่อการรับมือกับความแปรปรวนของสภาพอากาศอินเทรนด์ได้ไม่น้อยหน้าประเทศชั้นนำอื่นเช่นกัน โดยแอบปรากฏคำว่า “คาร์บอน” ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนของการสู้โลกเดือดครั้งนี้ไว้มากถึง 3 แห่งเลยทีเดียว นั่นคือ “การขายคาร์บอนเครดิต” “Carbon Neutrality” และ “ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์” คำแรก “การขายคาร์บอนเครดิต” ปรากฏพบอยู่ที่หน้า 8 ในราชกิจจานุเบกษา ตรงย่อหน้าที่ว่า“…นอกจากนี้ รัฐบาลจะส่งเสริมแนวทางที่สร้างรายได้จากผืนดินและส่งเสริมสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน โดยกำหนดให้มีสัดส่วนการปลูกไม้ยืนต้นให้เหมาะสมกับประเภทและลักษณะของพื้นที่ และส่งเสริมให้เจ้าของที่ดินหรือชุมชนโดยรอบได้รับประโยชน์จากการเพิ่มพูนของระบบนิเวศ การขายคาร์บอนเครดิตอย่างยุติธรรม และได้รับการยอมรับจากระดับสากล…” อ่านเผิน ๆ ก็พลอยทำให้ใจฟูได้อยู่เหมือนกัน แต่เมื่อเจาะลึกลงไปกลับยังมองไม่เห็นแววแนวดำเนินนโยบายที่แน่ชัดโดยเฉพาะกับวรรคที่กล่าวว่า “…กำหนดให้มีสัดส่วนการปลูกไม้ยืนต้นให้เหมาะสมกับประเภทและลักษณะของพื้นที่…” ดูแล้วก็จะคล้ายกับข้อกำหนดของกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยที่ก่อนหน้านี้เคยกำหนดพื้นที่เกษตรกรรมด้วยจำนวนพืชผักและไม้ผลต่าง […]

Banner 214 01

ถอดบทเรียน “ไฟป่าฮาวาย” เซ่นโลกเดือด คร่าชีวิต 115 ศพ ฉุดเศรษฐกิจวูบเฉียด 2 แสนล้าน

จากอุณหภูมิโลกในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ร้อนปรอทแตกจนองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกต้องขอจดบันทึกไว้เป็นประวัติการณ์ว่าเป็นอุณหภูมิที่สูงที่สุดเท่าที่โลกเราเคยเผชิญมา ร้อนไปถึงนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ฤกษ์ออกมาประกาศเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ขณะนี้โลกเราได้อัพเวลเข้าสู่ยุค “โลกเดือด” (Global Boiling) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันชาวโลกก็ต้องอกสั่นขวัญแขวนกันอีกครั้ง เมื่อมลรัฐฮาวายแห่งสหรัฐอเมริกาต้องเผชิญกับหายนะไฟป่าที่แผดเผาเกาะเมาวีให้มอดไหม้แทบทั้งเกาะนานนับสัปดาห์จนคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 115 ศพ และยังสูญหายอีกถึง 110 ราย เกาะเมาวี ถือเป็นที่ตั้งของ “ลาไฮนา” เมืองหลวงเดิมของฮาวาย เป็นเกาะใหญ่อันดับ 2 ในบรรดาหมู่เกาะฮาวาย และนับได้ว่ามีชายหาดสวยงาม ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวมากมายต่างเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจกัน แต่ในรอบเดือนที่ผ่านมาไฟป่าได้โหมกระหน่ำทำให้ที่นี่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อย่างเข้าบ่ายคล้อยของวันที่ 8 สิงหาคม 2566 ชาวเมืองลาไฮนาต้องเผชิญกับไฟป่าหลายจุดผนวกกับกระแสลมกรรโชกแรงส่งผลให้ไฟป่าปะทุลุกลามอย่างรวดเร็วจนทั้งเมืองกลายเป็นทะเลเพลิง ประชาชนนับหมื่นต่างต้องหนีตายอย่างอลม่าน ซึ่งกว่ารัฐจะเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จรวมถึงค้นหาผู้เสียชีวิตตามซากปรักหักพัง ก็ใช้เวลานานถึง 4 สัปดาห์ ทำให้พื้นที่กว่าร้อยละ 80 ของเมืองหรือประมาณ 5,300 ไร่ กลายเป็นเถ้าธุลี สิ่งปลูกสร้างกว่า 2,200 หลังพังราบเป็นหน้ากลอง โดยเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 เจ้าหน้าที่ของรัฐเมาวีได้เปิดเผยว่าเหตุการณ์นี้พบผู้เสียชีวิตแล้วทั้งสิ้น 115 […]

Banner 211

ซาฮาราก็แค่ปากซอย วิกฤตอีสานดินเค็ม เสี่ยงเป็นทะเลทราย

ประเทศไทย ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของกลุ่มประเทศอาเซียน มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 320 ล้านไร่ มีประชากรประมาณ 70 ล้านคน และส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ในปี 2564 มีที่ดินซึ่งใช้ในการเกษตรมากถึง 149 ล้านไร่ (สำนักงานสถิติแห่งชาติ) คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งประเทศ จึงไม่น่าแปลกใจที่ไทยจะเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์เกษตรมากมายมาเป็นเวลานาน อีกทั้งอาจกล่าวได้ว่า “ไม่มีดิน ไม่มีเรา” แต่ดินอันเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศไทยนั้น นับวันกลับยิ่งเสื่อมโทรมลง ปัญหาเกิดจากอะไรและใหญ่แค่ไหน The Sharpener มีคำตอบครับ ภาคการเกษตรถือได้ว่าเป็นพื้นฐานที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย จากข้อมูลการทำสำมะโนการเกษตรของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนประชากรในภาคเกษตรมากถึง 25 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของประชากรทั้งหมด นับว่าเป็นแหล่งรองรับแรงงานขนาดใหญ่ที่สุด ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าทางการเกษตรอันดับต้น ๆ ของโลกอย่างต่อเนื่อง  เช่น ในปี 2565 ที่ผ่านมา ไทยถือเป็นแชมป์โลกส่งออกยางพารา มันสำปะหลัง ทุเรียน และ มังคุด (ข้อมูล worldtopexport ของ กระทรวงพาณิชย์) นอกจากนี้ยังมีสินค้าส่งออกอื่น […]

News Update

Banner 256 03

BDI เผยผลสำรวจตลาด Big Data & AI ไทยปี 2568 มูลค่าทะลุ 4.1 หมื่นล้านชี้ “คน” คือกุญแจสำคัญ พร้อมเดินหน้า ThaiLLM และ D2 ขับเคลื่อนประเทศสู่ยุค Data Economy

13 มกราคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยผลการสำรวจตลาดอุตสาหกรรม Big Data และ AI ของประเทศไทย ประจำปี 2568 พบ มูลค่าตลาดพุ่งแตะ 41,858 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า 18% ขณะที่ ปัญหาขาดแคลนบุคลากรยังเป็น “วิกฤตเงียบ” ที่ต้องเร่งแก้ไข ด้าน BDI ประกาศเดินหน้าแพลตฟอร์ม D2 เปิดให้บริการเต็มรูปแบบปี 2569 พร้อมเปิดตัว ThaiLLM โมเดลใหญ่สุดภายในเดือนนี้ ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า การสำรวจครั้งนี้ดำเนินการโดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งภาครัฐและเอกชนมากกว่า 400 แห่ง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและน่าเชื่อถือ ซึ่งการประเมินครั้งนี้ใช้วิธี Ratio-based Market Sizingพบว่า มูลค่าตลาดอุตสาหกรรม Big Data และ […]

1766594449073

สนจ.ปล่อยเทรลเลอร์ 26 ตัน ลำเลียงของบรรเทาทุกข์ถึงหาดใหญ่แล้ว

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ณ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) ถนนพญาไท กรุงเทพฯ ดร.ณัฐพล รังสิตพล นายกสมาคม เป็นประธานในพิธีปล่อยรถเทรลเลอร์ ขนาด 26 ตัน ลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ซึ่งได้รับบริจาคจากภาคีเครือข่ายใน ”โครงการ สนจ.รวมส่งน้ำใจ สู้อุทกภัยชายแดนใต้“ ผนึกกำลังร่วมกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบก โดยมีกรรมการอำนวยการสมาคม ประกอบด้วย ศ.นพ.กำธร พฤกษานานนท์ ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน คุณศักดิ์ชัย ยอดวานิช อุปนายก ดร.จุลพงษ์ ทวีศรี เลขาธิการ คุณสุเทพ พันธ์เพ็ง ประธานฝ่ายปฏิคม คุณอธิศีล ธัญญ์ ณ ป้อมเพชร ประธานฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ คุณโอฬาร เชื้อบาง ประธานแผนกฟุตบอล และ ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล กรรมการกลาง พร้อมด้วย […]

Banner 253 03 scaled

สนจ.รวมส่งน้ำใจ สู้อุทกภัยชายแดนใต้

จากสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ในภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดสตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และภาคเครือข่าย ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยอย่างยิ่งถึงนิสิตเก่าจุฬาฯ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูลทุกท่านที่กำลังเผชิญอุทกภัยครั้งนี้ จึงขอเปิดรับบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเร่งด่วน ดังนี้ 1.น้ำดื่มบรรจุขวด (ขนาด 500-600 มิลลิลิตร) จำนวนมาก2.อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (ฮาลาล) จำนวนมาก3.ยาสามัญประจำบ้าน ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น จำนวนมาก4.ไฟฉายพร้อมแบตเตอรี่สำรอง จำนวนมาก5.ผ้าอนามัยสำหรับผู้หญิง / ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กและผู้ใหญ่6.สเปรย์กันยุง จำนวนมาก7.กระดาษทิชชู จำนวนมาก ท่านสามารถนำส่งได้ที่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) ถนนพญาไท กรุงเทพฯ ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น. ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลได้ที่โทร. 084-546-4411, 082-603-8103, 02-215-3488, 02-215-6203 บริจาคเงินได้ที่บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสยามสแควร์ ชื่อบัญชี สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย-เงินรองจ่าย เลขที่ […]

Banner 253 01

“พี่น้ำหวาน” สิงห์ดำ42 CU2532 ปล่อยขบวนรถเทรลเลอร์ 18 ล้อ ลำเลียงถังออกซิเจน ช่วยสงขลา

วอนช่วยเปิดทาง ”พี่น้ำหวาน“ อโรชา นันทมนตรี นิสิตเก่ารัฐศาสตร์ สิงห์ดำ42 CU2532 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ปล่อยขบวนรถเทรลเลอร์ 18 ล้อ ลำเลียงถังออกซิเจน จำนวน 222 ถัง ยาสามัญ จำนวน 1,000 ชุด พร้อมด้วยน้ำดื่ม เครื่องอุปโภคและบริโภค มุ่งตรงสู่โรงพยาบาลสงขลา เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว โดยตลอดทางจะมีรถตำรวจทางหลวงอำนวยความสะดวกให้คาดว่าจะฝ่ากระแสน้ำถึงปลายทางในช่วงเช้าพรุ่งนี้ ล่าสุด สถานการณ์ในพื้นที่พบว่ามีผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องได้รับออกซิเจนอย่างเร่งด่วน ในอัตราส่วนผู้ป่วย 1 คนต่อออกซิเจน 3 ถังใน 1 วัน และคาดว่าขณะนี้ไม่น่าจะมีออกซิเจนบรรจุถังเหลืออยู่ในพื้นที่แล้ว สำหรับภารกิจนี้เป็นการผนึกกำลังกันของจังหวัดนครปฐม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม โรงพยาบาลนครปฐม ภาคประชาชน และภาคเอกชนโดยเฉพาะรถเทรลเลอร์จาก “ณัฐพลเครน” จะยังอยู่ในพื้นที่จังหวัดสงขลาต่อไปเพื่อช่วยขนส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของที่จำเป็นร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่กำลังเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภัยครั้งนี้ ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคเงินได้บัญขีเลขที่ 020-3-04545-1 ธนาคารไทยพาณิชย์ (กระแสรายวัน) ชื่อบัญชีมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยใบเสร็จสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ สำหรับผู้ที่ประสงค์ขอใบเสร็จ กรุณาส่งหลักฐานการบริจาค […]

Banner 252 01 scaled

สนจ. ระดมทุนพี่นิสิตเก่า 200,000 บาท สนับสนุนภารกิจมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่-สงขลา

พลังพี่จุฬาฯ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ (สนจ.) ระดมทุนจากพี่นิสิตเก่าและภาคีเครือข่ายเบื้องต้น จำนวน 200,000 บาท สนับสนุนภารกิจเร่งด่วนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่-สงขลาของมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดย ดร.ณัฐพล รังสิตพล นายก สนจ. เป็นตัวแทนมอบเงินดังกล่าวให้กับ ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหารของมูลนิธิฯ แล้วเช้านี้ (25 พ.ย.68) โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ศ.นพ.กำธร พฤกษานานนท์ อุปนายก สนจ. และ ดร.จุลพงษ์ ทวีศรี เลขาธิการ สนจ พร้อมด้วยตัวแทนกรรมการอำนวยการสมาคม ได้แก่ ดร.ศรายุธ แสงจันทร์ คุณวิษณุ ทับเที่ยง รศ.ดร.สมิทธิ์ บุญชุติมา คุณอธิศีล ธัญญ์ ณ ป้อมเพชร คุณสุเทพ พันธุ์เพ็ง และคุณชัยวัฒน์ พันธ์ชัยพล ร่วมเป็นสักขีพยาน สำหรับสถานการณ์ล่าสุดมูลนิธิฯ […]

Banner 251 01 scaled

มหิดลชูศูนย์ตรวจโด๊ปมาตรฐานโลก เสริมศักยภาพไทยเจ้าภาพซีเกมส์ใสสะอาด

ศูนย์ตรวจสารต้องห้ามในนักกีฬา ม.มหิดล หนึ่งเดียวในอาเซียน พร้อมสนับสนุนระบบสุ่มตรวจสารตามมาตรฐานสากล WADA หนุนซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพโปร่งใสและยุติธรรม กรุงเทพฯ — ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคม 2568 โดยจะมีนักกีฬากว่า 12,000 คนจาก 11 ประเทศ เข้าร่วมชิงชัยในกว่า 500 เหรียญทองจาก 50 ชนิดกีฬา ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา (National Doping Control Centre: NDCC) สถาบันวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์และตรวจสารในการกีฬา ประกาศความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการ เครื่องมือ บุคลากร และมาตรฐานด้านสารต้องห้ามระดับโลก เพื่อสนับสนุนนโยบาย Clean Sport มุ่งยกระดับความโปร่งใสของซีเกมส์ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ NDCC ม.มหิดล เป็น 1 ใน 29 ห้องปฏิบัติการทั่วโลกที่ได้รับการรับรองจากองค์การต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (WADA) และเป็น ห้องปฏิบัติการแห่งเดียวในอาเซียน ที่ผ่านมาตรฐานสูงสุดด้านการตรวจสารต้องห้ามในนักกีฬา ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพรองรับการแข่งขันระดับภูมิภาคและนานาชาติได้อย่างมั่นใจ รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ […]

WordPress Cookie Notice by Real Cookie Banner