จุฬาฯ นำร่องตรวจภูมิคุ้มกันก่อนเปิดเมือง ชู “ปัตตานีโมเดล” ต้นแบบป้องกันโควิดระลอกใหม่
วันนี้ (1 มิ.ย. 63) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกกำลังพันธมิตรปูพรมตรวจภูมิคุ้มกันก่อนคลายล็อกให้ชาวปัตตานีนับหมื่นด้วยชุดตรวจว่องไว ยก “ปัตตานีโมเดล” ต้นแบบจัดการชุมชนควบคุม โควิด-19 หนุนรัฐทำ Big Data รับมือระยะยาว ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ผู้รักษาการแทนอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “ปัตตานีโมเดลเป็นโครงการที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและจังหวัดปัตตานีร่วมกันพัฒนาขึ้น เราได้เรียนรู้จากงานระบาดวิทยาชุมชนของปัตตานีในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยใช้นวัตกรรมชุดตรวจแบบว่องไว Baiya Rapid Covid-19 IgM IgG Test Kit ผลงานของคณะเภสัชศาสตร์และบริษัทสตาร์ทอัพจุฬาฯ ‘ใบยา ไฟโตฟาร์ม’ นำร่องตรวจภูมิคุ้มกันให้ชาวปัตตานีเป้าหมายจำนวนหมื่นรายก่อนเปิดเมือง เพื่อเก็บข้อมูลจัดทำระบบ Big Data ระดับชุมชน นำมาใช้วางแนวทางสร้างนวัตกรรมเชิงป้องกันให้คนไทยตรวจทั้งประเทศเพื่อให้ทราบสภาวะการติดเชื้อโควิด-19 รองรับการระบาดระลอกต่อไปที่อาจเกิดขึ้นได้ทัน และเป็นข้อมูลในระยะยาวให้รัฐใช้วางแนวทางการบริหารจัดการ เช่น กลุ่มใดควรได้รับวัคซีนก่อน กลุ่มใดควรได้รับวัคซีนเป็นกลุ่มต่อมา กลุ่มใดมีภูมิแล้ว กลุ่มใดควรตรวจก่อน เป็นต้น ซึ่งนี่ถือเป็นการนำนวัตกรรมที่เราพัฒนาขึ้นเพื่อใช้สู้กับวิกฤติโควิด-19 มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับคนไทย ตามวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ที่จุฬาฯ พร้อมเป็นมหาวิทยาลัยแห่งชาติในระดับโลกที่สร้างสรรค์องค์ความรู้และนวัตกรรม เพื่อสร้างเสริมสังคมไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ […]
ภารกิจปกป้องแพทย์ สู้โควิด-19
แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในไทยเริ่มคลี่คลายดีขึ้นตามลำดับ แต่สถานการณ์โดยรวมของทั้งโลกยังน่าเป็นห่วง ด้วยยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเรือนแสน ดังนั้นการเตรียมความพร้อมด้านบริการสาธารณสุขจึงเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้น ๆ ที่ทุกหน่วยงานต้องพร้อมสแตนบายตลอดเวลา โดยเฉพาะความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ พลาสติกแบบ Single use เป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่ได้ทำหน้าที่สำคัญในการช่วยป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ ด้วยคุณสมบัติ แข็งแรง ทนทาน สามารถช่วยลดการสัมผัสกับเชื้อ COVID-19 ได้ดี ซึ่งกลุ่ม ปตท.ได้นำพลาสติกมาผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับการรักษา หรือช่วยชีวิตผู้ป่วย COVID-19 ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ ด้วยชุดอุปกรณ์ป้องกันการแพทย์ดังนี้ หมวกอัดอากาศป้องกันการติดเชื้อ (Powered Air-Purifying Respirator : PAPR) ใช้สวมใส่เพื่อการป้องกันในระดับสูง กรณีบุคลากรทางการแพทย์ต้องทำหัตถการให้กับผู้ป่วย COVID-19 กล่องกรองอากาศของอุปกรณ์ PAPR ต้นแบบนี้ ขึ้นรูปโดยบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ด้วยเทคโนโลยี 3D Printing หน้ากาก Face Shield (Face Shield […]
ช้อปปิ้งวิถีใหม่แบบปลอดภัยไร้การสัมผัสกับบริการ Mobile Scan & Shop จากเทสโก้ โลตัส
ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายด้านในสังคม โดยมีเป้าประสงค์หลักคือการปรับไปสู่วิถีชีวิตแบบใหม่ที่ใส่ใจในเรื่องสุขอนามัยกันมากขึ้น อาทิ การใส่หน้ากากอนามัยออกจากบ้าน การพกเจลแอลกอฮอล์ติดตัวอยู่เสมอ หรือการเว้นระยะห่างจากคนรอบข้างก็กลายเป็นภาพที่ผู้คนคุ้นชิน และต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในทุกภาคส่วนเพื่อสู้ภัยโควิด-19 ไปด้วยกัน ทางด้านภาคเอกชนเองเราก็จะได้เห็นนโยบายใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุค New Normal กันมากขึ้น เช่นกรณีที่น่าสนใจจาก “เทสโก้ โลตัส” ผู้ให้บริการห้างค้าปลีกที่ในแต่ละวันมีผู้มาใช้บริการจำนวนมาก ดังนั้นความปลอดภัยของลูกค้าจึงเป็นเรื่องที่ทางห้างให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ จึงเป็นที่มาของการเปิดตัวบริการ “Mobile Scan & Shop” แอปพลิเคชันสุดล้ำที่ทำให้ลูกค้าสามารถสแกนสินค้าที่เลือกซื้อได้เองด้วยมือถือของตน ทั้งยังเชื่อมต่อการชำระเงินผ่าน QR Code ช่วยลดการสัมผัส ลดระยะเวลาในการช้อปปิ้ง และลดโอกาสของการแพร่เชื้อโควิด-19 พร้อมเปิดให้ใช้งานแล้วที่เทสโก้ โลตัส ไฮเปอร์มาร์เก็ต ทุกสาขาทั่วประเทศ ดังที่เราทราบกันดีว่าโควิด-19 สามารถแพร่ถึงกันได้ผ่านการสัมผัส Mobile Scan & Shop จึงนับได้ว่าเป็นนวัตกรรมการช้อปปิ้งที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว อีกทั้งในแง่การใช้งานก็ยังมีความรวดเร็ว ระหว่างที่กำลังเลือกสินค้า ลูกค้าสามารถสแกนบาร์โค้ดได้ทันทีที่หยิบลงตะกร้า โดยแอปพลิเคชันจะแสดงทั้งในส่วนของราคา, โปรโมชั่นที่เกี่ยวข้อง และคำนวณยอดใช้จ่ายทั้งหมด เมื่อลูกค้าต้องการชำระเงิน แอปพลิเคชันจะสร้างบาร์โค้ดขึ้นมาเพื่อนำไปยื่นที่แคชเชียร์ โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องหยิบสินค้าให้แคชเชียร์สแกนราคาอีกครั้ง ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกชำระเงินผ่าน QR Code ได้เพื่อลดการสัมผัสแทนการใช้บัตรเครดิตหรือเงินสด […]
เมื่อแบงก์ชาติออกสกุลดิจิทัล “อินทนนท์”
ถือเป็นก้าวที่สำคัญอีกก้าวหนึ่งของวงการการเงินประเทศไทย ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้บริหารระดับสูงขององค์กรการเงินในประเทศของเรา ที่เล็งเห็นความน่าสนใจและประสิทธิภาพของเทคโนโลยีบล็อกเชน หากนำสิ่งนี้มาปรับใช้กับวงการการเงินและระบบธนาคารจะโอกาสเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกรรมและจัดทำระบบอีกมากมาย เรียกได้ว่ามีความตื่นตัวกับกระแสโลกไม่แพ้เมืองนอก สำหรับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ นั้น ได้มีการเล็งเห็นถึงความน่าสนใจของระบบการประมวลผลแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger Technology : DLT) จึงได้มีการนำเทคโนโลยีนี้มาประยุกต์ทำระบบการชำระเงินระหว่างธนาคาร 8 แห่ง ซึ่งโครงการนี้ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2561 โดยมีทดลองและพัฒนาระบบการชำระเงินรวมไปถึงการออกเหรียญดิจิทัลที่ใช้เฉพาะภายในสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ชื่อว่าเหรียญ CBDC (Central Bank Digital Currency) โดยโปรเจ็กต์ที่น่าสนใจนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาภายใต้ชื่อ “โครงการอินทนนท์” โดยมีหน่วยงานที่เข้าร่วม 3 หน่วยงานด้วยกัน ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง และ บริษัท R3 ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม DLT ที่ทำระบบให้ธนาคารชื่อดังหลายแห่ง จุดเริ่มต้นของโครงการอินทนนท์ มาจากระบบการทำงานของธนาคารต่างๆ ในไทยที่หากมีการโอนเงินระหว่างธนาคาร ธนาคารในเครือเหล่านี้จะไม่ได้เป็นผู้โอนเงินออกจากบัญชีต้นทางไปที่ปลายทางโดยตรง แต่ละที่จะมีบัญชีของตัวเองที่เปิดไว้ที่แบงก์ชาติอยู่แล้ว การโอนจ่ายระหว่างธนาคารจึงเป็นเหมือนการ ทำระบบสั่งจ่าย และยื่นให้แบงก์ชาติ เพื่อให้แบงก์ชาติโอนเงินในคลังให้กับปลายทางอีกที (แบงก์ชาติทำหน้าที่เป็นผู้ถือเงินสำหรับสถาบันเหล่านั้นไว้) […]
“ศิริราช” วิจัย “ยาคลอโรควิน” ป้องกัน “โควิด” ลุ้นทดลองอาสาสมัคร 400 คน คาด 1 เดือนรู้ผล !
ศูนย์วิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล หรือ SICRES (Siriraj Institute of Clinical Research) เดินหน้าวิจัยยาคลอโรควิน (chlorquine) ซึ่งเป็นยารักษามาลาเรีย และเป็นหนึ่งในตัวยาที่ถูกนำมาปรับใช้ในการรักษาโรคโควิด-19 ภายหลังจากที่พบหลักฐานว่า ยาคลอโรควินสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสได้ และมีการศึกษาเบื้องต้นยืนยันประสิทธิภาพในมนุษย์ โดยล่าสุด ศูนย์วิจัยคลินิกศิริราช ได้จัดตั้งโครงการวางแผนวิจัย เพื่อนำยาคลอโรควินมาทดลองในมนุษย์ และขณะนี้ได้เปิดรับอาสาสมัคร ซึ่งเป็นผู้อาศัยร่วมบ้านกับผู้ป่วยโควิดแล้ว จำนวน 400 คน คาดว่า จะใช้เวลา 1 เดือน ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคลินิก หรือ SICRES กล่าวว่า จากการวิจัยเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่พบว่าการติดเชื้อประมาณ 70-80% เกิดจากการติดต่อกันในครอบครัว เมื่อมีสมาชิกในครอบครัวป่วยหนึ่งคน โอกาสเสี่ยงของสมาชิกคนอื่นๆ จะมีสูงมากที่จะติดโควิด ทั้งแบบที่แสดงอาการหรือไม่ก็ได้ ดังนั้น เพื่อป้องกันสมาชิกในบ้านไม่ให้ติดเชื้อเพิ่มเติม และไม่ไปแพร่เชื้อต่อ จึงเกิดการค้นคว้าเอายาต้านเชื้อโควิด มาป้องกันผู้ที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ซึ่งมีหลักฐานว่า ยาคลอโรควิน (chloroquine) ซึ่งเป็นยารักษามาลาเรียมากว่า 70 ปีที่พบว่ามีความปลอดภัยสูง […]









