ตั้งวงเล่า เหลาความคิด EP.6 “SOS – Sense Of Style” Multi-Brand Stores
“ตั้งวงเล่า เหลาความคิด” EP.6 กับ ทีมผู้ก่อตั้ง “SOS – Sense Of Style” ร้าน Multi-Brand Stores ยอดฮิต พร้อมเหล่ากูรูมากประสบการณ์ผ่านมาแล้วทุกวิกฤติ “ดร.ศรายุธ แสงจันทร์” อุปนายก สนจ. และ CFO มิตรผล และ “ศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์” อุปนายก สนจ. และรองอธิการบดีจุฬาฯ
ฝากข้อความถึง EP.6เข้ามากันเลยจ้า
https://forms.gle/YUbtYvEnUtYcJpvk6
แล้วพบกันอีกครั้งกับรายการ “ตั้งวงเล่า เหลาความคิด : EP.7 วันพุธที่ 8 ก.ค. 2 ทุ่มเป็นต้นไป ทางแฟนเพจ The Sharpener และ Chula Alumni
โครงการ Medical Genomic
Related Posts
E-Marketplace ชีวิตวิถีใหม่ที่ต้องเรียนรู้ไม่มีวันจบ
วันนี้ที่โลกปกคลุมด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล ธุรกิจรูปแบบใหม่บนพื้นที่ออนไลน์ต่างผุดขึ้นเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ E-Marketplace ที่มาในรูปแบบเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชัน โดย E-Marketplace ได้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายในโลกดิจิทัล เป็นตลาดกลางที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายได้หากันจนเจอในชั่วพริบตา ผู้ซื้อสามารถมาจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสะดวก ส่วนผู้ขายก็ขายของกันได้สบาย และง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส จัดสินค้าตามคุณสมบัติเข้าหมวดหมู่ให้ระบุอยู่ใน E-Marketplace ที่กำหนดไว้ ก็ขยับเข้าใกล้ความรวยได้ไม่ยาก ในช่วง 3 – 4 ปีมานี้ การซื้อขายสินค้าออนไลน์ได้รับความนิยมแบบก้าวกระโดด หลายค่ายเป็นที่รู้จักกันดีของคนทั่วโลก เช่น Amazon Marketplace, Lazada, Shopee หรือจะเป็นอีมาร์เก็ตเพลสลูกครึ่งไทย-จีนอย่าง JD Central และมาร์เก็ตเพลสสัญชาติไทยแท้อย่าง Fastwork ข้อมูลจาก Positioningmag.com ระบุว่าในปี 2019 พฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต อันดับ 1 มีสัดส่วนถึง 90% คือ เสิร์ชหาสินค้าและบริการที่ต้องการซื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาด E-Commerce เติบโต จึงไม่ต้องแปลกใจที่ถนนทุกสายจะมุ่งสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ แต่เมื่อโลกถูกโควิด-19 เข้า disrupt […]
พลังใจยังทยอยหลั่งไหลช่วยหาดใหญ่ฟื้นฟู มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือผู้ประสบมหาอุทกภัยจังหวัดสงขลา รวมมูลค่ากว่า 8.4 แสนบาท
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ขึ้นบรรยายพิเศษในหัวข้อ “จากแม่สาย..ไหลสู่หาดใหญ่..ถ่ายทอดประสบการณ์ฟื้นใจ” โดยบรรยายให้เห็นพลังการฟื้นตัวของภาคประชาสังคมและธุรกิจนับจากน้ำท่วมดินโคลนถล่มแม่สาย จังหวัดเชียงรายเมื่อปีกลายและน้ำท่วมหาดใหญ่ในปีที่ผ่านมาว่า “พลังใจเป็นสะพานที่สำคัญที่สุด” ของประชาคมเมืองนั้นๆในการตอบคำถามตนเองที่มักจะส่งเสียงเงียบๆว่า จะยังสู้ต่อหรือจะพอแค่นี้ และชี้ให้เห็นว่าหลังบิ้คคลีนนิ่งจบลงแล้ว การจัดวงสนทนาถ่ายทอดประสบการณ์แห่งความน่าประทับใจจากเหตุการณ์มาแลกเปลี่ยนกัน เป็นกลุ่มๆ จะช่วยให้เติมพลังร่วมสู้แก่แต่ละคนให้มีพลังขับดันต่อ ดังนั้นในฐานะที่อดีตรัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ ตนจึงเห็นบทบาทสำคัญของร้านชา-กาแฟในเมืองท่องเที่ยวอย่างหาดใหญ่ และเชียงรายว่าเป็นกิจการที่ทั้งสนับสนุนการมาเยี่ยมเยือนของนักเดินทาง และพร้อมกันนั้นก็เป็นแหล่งพบปะพูดคุยที่สะดวกของประชาคมคนในพื้นที่อย่างไม่เป็นทางการ การกลับฟื้นของกิจการเหล่านี้จะช่วยเติมช่วิตชีวาและบทสนทนาที่สร้างพลังทั้งทางใจและทางเศรษฐกิจอย่างดี โดยกิจกรรม “ฟื้นใจ ฟื้นธุรกิจ: เชื่อมใจผู้ประกอบการจากเหนือสู่ใต้ จัดโดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ซึ่งนำกลุ่มเจ้าของกิจการร้านชากาแฟในเชียงรายที่มีน้ำใจอาสามาถ่ายทอดประสบการณ์ร้านกาแฟที่เคยถูกโคลนและน้ำท่วมเสียหายอย่างรุนแรงแล้วแต่ยังสามารถสร้างตัวเองให้มีพลังใจกลับมากู้กิจการได้จนสำเร็จให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการร้านชากาแฟในหาดใหญ่ได้รับฟัง ตามด้วยการเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการจากสถาบันชา-กาแฟ ของ สำนักวิชาอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเชียงราย และคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตลอดจนเชิญบาริสต้ากาแฟมาถ่ายทอดเคล็ดลับการออกแบบรสชาติเครื่องดื่ม และจัดกิจกรรมฝึกฝนให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในการร่วมกิจกรรม ในการนี้ หลังเสร็จสิ้นการบรรยายพิเศษ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ในฐานะเลขาธิการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทยได้ส่งมอบสิ่งของบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุมหาอุทกภัย ผ่านนายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี […]
จุฬาฯ ลุยสู้โควิด ส่งกองทัพหุ่นยนต์เซฟหมอ “CU-RoboCOVID” กว่าร้อยตัว พร้อมช่วยหมอทั่วประเทศแล้ว
7 เม.ย.63 สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เร่งผลิตหุ่นยนต์ “CU-RoboCOVID” 103 ชุด มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท นำทีมโดยเจ้า “PINTO” มอบให้โรงพยาบาลทั่วประเทศใช้สู้ภัย COVID-19 มุ่งลดความเสี่ยงติดเชื้อ แบ่งเบาภาระงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ให้แพทย์และพยาบาล สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ขณะนี้ บุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานกันอย่างหนักตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงเตรียมจัดส่งหุ่นยนต์นักรบอัศวิน “PINTO” (ปิ่นโต) จำนวน 103 ตัว มาสนับสนุนภารกิจนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า “PINTO คือ หุ่นยนต์ซีรี่ส์หนึ่งของ CU-RoboCovid โครงการพัฒนาหุ่นยนต์และอุปกรณ์สนับสนุนการแพทย์เพื่อส่งไปช่วยหมอสู้ภัย COVID-19 ช่วยลดความเสี่ยงติดเชื้อ แบ่งเบาภาระงาน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้บุคลากรทางการแพทย์ในยามนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และพันธมิตร จึงได้พัฒนาหุ่นยนต์ช่วยเหลือแพทย์ 3 ชุดหลัก ได้แก่ หุ่นยนต์ส่งของ (Remote Control Delivery Robot) หุ่นยนต์สื่อสารทางไกล (Telepresence Robot) และ หุ่นยนต์เครื่องช่วยหายใจ (Ambu Bag) “ปิ่นโต” (PINTO) สำหรับปิ่นโต (PINTO) ที่เราผลิตให้กับ สนจ. ในครั้งนี้ เป็นหุ่นยนต์ส่งอาหารและเวชภัณฑ์ระยะไกลที่ติดตั้งพร้อมด้วยระบบ Telepresence โดยทำหน้าที่ส่งอาหารและเวชภัณฑ์ไปยังห้องผู้ป่วย พร้อมมีระบบภาพสื่อสารทางไกลที่ใช้งานง่าย ช่วยลดความเสี่ยงโดยเฉพาะช่วงเวลาที่ต้องใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ และยังช่วยอำนวยความสะดวกให้บุคลการทางการแพทย์ทำงานได้ง่ายขึ้น “น้องกระจก” (Quarantine Telepresent) นอกจากนี้ เรายังมีซีรี่ส์ “น้องกระจก” (Quarantine Telepresent) เป็นหุ่นยนต์แท็บเลต ที่นำไปไว้ที่ห้องผู้ป่วย จะทำหน้าที่สอดส่องดูแล และพูดคุยกับผู้ป่วยได้โดยที่ไม่ต้องกดรับสาย นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังสามารถกดเรียกหาพยาบาลได้เมื่อต้องการความช่วยเหลือ ช่วยลดทั้งความเสี่ยงติดเชื้อและลดอัตราการใช้ชุดอุปกรณ์ทางการแพทย์ลง ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับหมอและพยาบาลได้เป็นอย่างดี “หุ่นยนต์นินจา” “หุ่นยนต์นินจา” เป็นซีรี่ส์ที่ช่วยสื่อสารทางไกลระหว่างหมอกับผู้ป่วย COVID-19 ผ่านระบบ Video Conference โดยที่ทั้งหมอ พยาบาล ยังสามารถพูดคุย โต้ตอบ สอบถามอาการกับผู้ป่วยผ่านระบบTelemedicine โดยไม่ต้องเข้าไปในหอผู้ป่วย และยังสามารถควบคุมและสั่งการการทำงานของหุ่นยนต์ได้จากระยะไกล และที่มากไปกว่านั้น หุ่นยนต์นินจายังเชื่อมอุปกรณ์วัดและบันทึกสัญญาณชีพต่าง ๆ เช่น วัดความดัน วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ วัดชีพจร วัดอุณหภูมิ และส่งข้อมูลไปให้หมอใช้ประกอบการวินิจฉัยอาการได้ทันทีอีกด้วย” “สำหรับโครงการ CU-RoboCOVID เราได้รับความร่วมมือจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ทำให้เรามั่นใจว่า ในอนาคตน่าจะช่วยให้จุฬาฯ ก้าวสู่การเป็นผู้สนับสนุนการสร้างบุคลากรตอบโจทย์ภัยคุกคามด้านสาธารณสุข ด้วยผลงานชั้นนำด้านนวัตกรรมทางวิศวกรรมการแพทย์ระดับโลกได้ต่อไป และต้องขอขอบคุณ บริษัท เอชจี โรโบติกส์ จำกัด และ บริษัท Obodroid ในฐานะผู้ผลิตที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการนี้ เป็นพันธมิตรที่ดีกับเรามาโดยตลอด” ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล กล่าว ด้านนายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ (สนจ.) เปิดเผยว่า “สนจ. ทราบถึงความต้องการใช้หุ่นยนต์เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อให้หมอและพยาบาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่สู้ร่วมกันในภารกิจนี้ ตามมาตรการ Social […]



