เกาะติดสถานการณ์ COVID-19 วันที่ 29 ธ.ค. 63
วันนี้ (29 ธ.ค. 63) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 155 ราย โดยมียอดผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมรวม 6,440 ราย แบ่งเป็นกำลังรักษา 2,195 ราย หายแล้วจำนวน 4,184 ราย มีผู้รักษาหายเพิ่มเติม 4 ราย และมีจำนวนผู้เสียชีวิตสะสม 61 ราย
ที่มา : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
ตั้งวงเล่า เหลาความคิด EP.2 : Friday จ๊อบ กัณฑ์พิชญ์
เกาะติดสถานการณ์ COVID-19 วันที่ 28 ธ.ค. 63
Related Posts
ภาคี Food For Fighter ยังสู้ ส่ง “ข้าวแสนกล่อง” อุ้มคลองเตยกักตัวต่อเนื่อง
10 มิ.ย. 2564 ภารกิจข้าวแสนกล่อง ณ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ (สนจ.) Food For Fighters เป็นวันที่ 24 ของภารกิจแล้ว ในวันนี้มีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคข้าวกล่องทั้งสิ้น จำนวน 5,707 กล่อง เพื่อส่งต่อให้ผู้ที่ยังรอรับการช่วยเหลือในชุมชนแออัดพื้นที่กรุงเทพฯ นับแสนราย โดยมีผู้ร่วมบริจาคข้าวกล่องมาอย่างมากมาย อาทิ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) SEA (Thailand) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สมาคมนิสิตเก่าวิทยาศาสตร์ สมาคมนิสิตเก่าอักษรฯ นิสิตเก่าจุฬาฯ หลายคณะ และผู้มีจิตศรัทธาคับคั่ง วันนี้เครือข่าย Food For Fighters ได้ส่งมอบข้าวกล่องกระจายไปยังชุมชนต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 16 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนเก้าเก้า ชุมชนมหานาควัดแคนางเลิ้ง ชุมชนคลองไผ่สิงห์โต ชุมชนเชื้อเพลิง 1 และ 2 ชุมชนเย็นอากาศ ชุมชนบ่อนไก่ […]
มหัศจรรย์ “ไหมไทย” สร้างเนื้อเยื่อเทียม กรมหม่อนไหมปลื้ม จับมือจุฬาฯ ต่อยอดนวัตกรรม
เมื่อเอ่ยถึงผ้าที่มีคุณสมบัติมันวาว อ่อนนุ่ม ดูหรูหรา ทั่วโลกต่างต้องยกให้ “ผ้าไหมไทย” หนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่สร้างชื่อให้กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน แต่ละปีไทยเรามีกำลังการผลิต “ผ้าไหม” ประมาณ 4,286 ตันต่อปี จัดอยู่ในอันดับที่ 5 ของโลก เป็นรองเพียงจีน อินเดีย อุซเบกิสถาน และอิหร่าน (https://www.atlasbig.com/en-us/countries-by-silk-production) เท่านั้น โดยในปี 2564 กรมศุลกากรเคยเปิดเผยข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจถึงศักยภาพการส่งออกเส้นไหม ผ้าไหม และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับไหม โดยมีมูลค่ารวมกันสูงเกือบ 365 ล้านบาท ในขณะที่ตลาดในประเทศ อุตสาหกรรมสิ่งทอกลุ่มหม่อนไหมมีมูลค่ารวมถึง 6,614.12 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากเส้นไหม นับได้ว่าหม่อนไหมนี้สร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรไทยมากกว่า 86,000 ครัวเรือนเลยทีเดียว แม้ต้นตำรับของไหมโลกจะมีถิ่นกำเนิดจากอินเดียและจีน จนเกิดเป็นเส้นทางสายไหมที่ค้าขายกันมานับพันปี แต่สำหรับไหมไทยก็มีร่องรอยแห่งการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องล่วงเข้าขวบปีที่ 120 แล้ว นับแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมช่างไหม สังกัดกระทรวงเกษตราธิการ เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2446 ด้วยพระราชประสงค์ให้ทำหน้าที่เผยแพร่ความรู้วิชาการและวิทยาศาสตร์ด้านไหมเพื่อสร้างผู้รู้ ผู้ชำนาญชาวสยาม จวบจนปัจจุบันกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงสืบทอดพระราชปณิธานนั้นสืบมาโดยมีภารกิจส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์หม่อนไหมของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ วิจัยและพัฒนาหม่อนไหม อนุรักษ์และคุ้มครองหม่อนไหม พัฒนาสินค้าและศักยภาพเกษตรกรสู่ Smart Farmer นอกจากนี้ยังส่งเสริมเศรษฐกิจและการตลาดหม่อนไหมนำไปสู่ความร่วมมือหลากมิติกับภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของชาติไทยอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมหม่อนไหมและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่างมีความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกันมากว่า 17 ปีแล้ว โดยมุ่งพัฒนาเส้นไหมไทยยกระดับสู่นวัตกรรมที่เป็นมากกว่าสิ่งทอ ล่าสุด “เอนจินไลฟ์” สตาร์ทอัพและบริษัทสปินออฟจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งได้รับการบ่มเพาะจาก CU Innovation Hub และ CU Engineering Enterprise ก็สามารถพัฒนากระบวนการสกัดสารละลายโปรตีนไฟโบรอินจากเส้นใยไหมได้สำเร็จ รศ.ดร.จุฑามาศ รัตนวราภรณ์ Founder & CEO บริษัท เอนจิน ไลฟ์ จำกัด เปิดเผยว่า “โปรตีนไฟโบรอินในไหมไทยมีคุณสมบัติโดดเด่นสามารถนำมาใช้เป็นวัสดุทางการแพทย์ ดังจะเห็นได้จากความเข้ากันได้ทางชีวภาพ พบปฏิกิริยาต่อต้านจากภูมิคุ้มกันในร่างกายมนุษย์ในระดับต่ำ และยังสามารถย่อยสลายได้เอง เราจึงนำโปรตีนสำคัญจากเส้นไหมนี้มาพัฒนานวัตกรรมระบบนำส่งยา วัคซีน และสารสมุนไพรเพื่อรักษาโรคต่าง ๆ ได้ อาทิ โรคมะเร็ง โรคข้อเสื่อม โรคเบาหวาน และยังสามารถพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ใช้งานได้จริงทั้งในรูปแบบ 3D Hydrogel แผ่นแปะอนุภาคจิ๋วขนาดไมครอน และเส้นใยนาโน ซึ่งสิ่งที่เราทำได้เองนี้อาจช่วยพลิกโฉมวงการสาธารณสุข ลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศช่วยให้คนไทยเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างถ้วนหน้า” นับเป็นอีกย่างก้าวที่สำคัญของไหมไทยที่วันนี้ถูกพลิกโฉมจากสินค้าเกษตรก้าวล้ำสู่นวัตกรรมทางการแพทย์ที่นำมาใช้งานได้จริงแล้วโดยฝีมือนักวิจัยไทย และต้องจับตาดูช็อตต่อเนื่องหลังวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของคณะผู้บริหารจากกรมหม่อนไหม นำโดยนายประกอบ เผ่าพงศ์ อธิบดีกรมหม่อนไหม หารือกันและได้จรดปากกาลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ(MOU) ฉบับใหม่ เร่งสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนากระบวนการเลี้ยงหนอนไหมและผลิตรังไหมอินทรีย์จากโรงเลี้ยงไหมต้นแบบให้มีมาตรฐานเหมาะสำหรับนำไปใช้เป็นวัสดุทางการแพทย์ หวังต่อยอดใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องว่าจะสร้างแรงสั่นสะเทือนใหม่ให้เศรษฐกิจไทยได้อีกกี่ริกเตอร์ หากไทยเราสามารถพิมพ์เนื้อเยื่อสามมิติสร้างหลอดเลือดเทียมเส้นประสาทเทียม ท่อน้ำตาเทียม เปลือกตาเทียม ผิวหนังเทียม และกระดูกเทียมได้เองจาก “ไหมไทย”
‘สุพัฒนพงษ์’ มอบนโยบายพลังงาน สานต่องานเดิม เพิ่มเติมกระตุ้นเศรษฐกิจ-สร้างงาน
‘สุพัฒนพงษ์’ มอบนโยบายพลังงาน สั่งศึกษาเพิ่มโรงไฟฟ้าชุมชน เล็งยกระดับไฟฟ้าไทย ขายอาเซียน พร้อมชะลอเปิดประมูลปิโตรเลียมรอบใหม่ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า นโยบายด้านพลังงาน จะยังเน้นการสานต่อนโยบายเดิมที่ผ่านมา แต่จะเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ การสร้างงานสร้างรายได้ รวมถึงการวางรากฐานเพื่ออนาคตด้านพลังงานของประเทศ สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ได้ให้กลับไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมใน 30 วัน เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชน และเศรษฐกิจฐานรากให้มากที่สุด แต่ยังคงเปิดรับซื้อไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะเปิดรับซื้อไฟฟ้าได้ในปลายปีนี้ และเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2564 ส่วนโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ก็ให้พิจารณาว่า จะปรับเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าจากระดับ 1.68 บาท/หน่วยได้หรือไม่ เพื่อจูงใจให้ภาคประชาชนมีความสนใจเข้าร่วมโครงการมากขึ้น และผลักดันให้เกิดการสร้างรายได้ ในส่วนของผู้ประกอบการรายย่อยอื่น ๆ ตามมา “เรากำลังศึกษาดูว่าจะทำอย่างไรให้โรงไฟฟ้าชุมชน ให้ผลประโยชน์เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ได้ประโยชน์แก่เกษตรกร เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ใช่ใช้ประโยชน์โรงไฟฟ้าเป็นแค่ทางผ่าน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกร เช่น จะทำโรงไฟฟ้าพืชพลังงาน ก็ต้องมีพื้นที่เพาะปลูก ที่มั่นใจว่าปลูกได้ยั่งยืน เป็นพื้นที่ที่คุ้มค่าทดแทนพืชเศรษฐกิจเดิมที่ไม่คุ้มค่า คาดว่า ปีหน้าก็เริ่มได้”นายสุพัฒนพงษ์ ขณะที่เงื่อนไขการรับซื้อโรงไฟฟ้าชุมชนนั้น สามารถดำเนินการได้ ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ ปี 2561-2580 […]



